ชมพุทธประวัติ ฉบับการ์ตูน

Art of Asia: Buddhism - The Art of Enlightenment

ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)

การแนะแนว"อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ"จัดโดยมูลนิธิไทยคม 10-11 ต.ค.52

Bookmark and Share

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

หนูนากับป้าแจ่ม

 

วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7002 ข่าวสดรายวัน


หนูนากับป้าแจ่ม





หนูนากับป้าแจ่ม


หน้า 4
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamRHNHdNVE13TURFMU13PT0=&sectionid=TURNek13PT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB6TUE9PQ==

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thanks for visiting!  
news9
http://pnac-th.blogspot.com/  pnac-th
http://nature1951.blogspot.com/ nature1951
http://econnews9.blogspot.com/ econ
http://seminars9.blogspot.com/ ilaw
http://politic9.blogspot.com/ pdc9
http://jaecafe.com/feed
http://elibrary.nfe.go.th/index2.php
http://www.kmutt.ac.th/rippc/info.htm
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/sat191
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/sweetblog

โหราศาสตร์ของจีนโบราณ ที่ว่าด้วยเรื่อง เบญจธาตุ คือ ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ และหลัก "ลักจั๊บกะจื้อ"

วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7002 ข่าวสดรายวัน


แก้ชง (1)


พันธุ์แท้พระเครื่อง

ราม วัชรประดิษฐ์




ตามหลักโหราศาสตร์ของจีนโบราณ ที่ว่าด้วยเรื่อง เบญจธาตุ คือ ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ และหลัก "ลักจั๊บกะจื้อ" มีคติความเชื่อว่า ในรอบปีจะมี ดาวนักษัตร 12 ดวง ผลัดเปลี่ยนเวียนวนมาคุ้มครองดวงชะตา และให้คุณให้โทษ โดยมีการคำนวณราศีดาวฟ้า-ดิน โดยดาวนักษัตรทั้ง 12 ดวง จะเล็งลัคนากันให้ผลทั้งด้านดี และด้านร้าย ต่อเบญจธาตุที่ปรากฏอยู่ในมนุษย์ เมื่อจับคู่กันแล้วจะเปลี่ยนแปลงตามจักรราศีไปเรื่อยๆ เป็นเวลา 60 ปี จึงจะวนกลับมาบรรจบกันอีกรอบหนึ่ง

ในแต่ละปีซึ่งนับตั้งแต่ตรุษจีน เป็นต้นไปนั้น จะมี "เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา" หรือที่เรียกกันว่า "องค์ไท้ส่วยเอี้ย" หรือ "ไท้ส่วยเอี้ยเป๋าส่วยกุงเผ่งอัง" ผลัดเปลี่ยนกันมาคุ้มครองเจ้าชะตารวม 60 องค์ เท่ากับจำนวนรอบการเล็งลัคนาของดาวนักษัตร โดยแต่ละองค์จะมีชื่อแตกต่างกันไป



การ ให้คุณให้โทษของดวงดาว และองค์ไท้ส่วยเอี้ย ในแต่ละปีจะทำให้เกิด "ฮะ หมายถึง สมพงศ์" กับ "ชง หมายถึง การปะทะ หรือ ปฏิปักษ์" ขึ้น ถ้าปีใด "ฮะ" ปีนั้นก็จะ เฮง เฮง และเฮง

แต่ถ้าปีใด "ชง" แล้วละก็ ขอโทษนะครับ ไม่ตายก็คางเหลือง ทีเดียวเชียวแหละ

ด้วย เหตุที่ดวงดาวหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย นักปราชญ์จีนโบราณ เลยหาทางกำหนดวิธี "แก้ชง" คือการพยายามสลายพลังร้าย หรือการเป็นปฏิปักษ์ ตลอดจนการปะทะให้ลดน้อยถอยลง โดยอาศัยหลักความสัมพันธ์และการเกื้อกูล จนถึงกับสามารถเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี เปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นมิตรในแต่ละรอบปีได้

สำหรับปี 2553 ซึ่งนับตั้งแต่ตรุษจีนปีนี้นั้น ดาวนักษัตรเป็นปีขาล (เสือ) องค์ไท้ส่วยเอี้ยที่เสด็จมาประทับคุ้มครองเจ้าชะตา มีพระนามว่า "อู่ฮวงไต้เจียงกุน" หรือ "อู่หวัน" ผู้คนจะพากันไปขอพรให้ท่านเมตตาปกป้องรักษา ที่ไม่ชงก็ให้ดียิ่งขึ้น และขอบพระทัยองค์เจ้าชะตา ส่วนที่ชงก็ต้องอ้อนวอนให้ช่วยปัดเป่าเภทภัย โดยไปกราบท่านได้ที่ วัดเล่งเน่ยยี่ ทั้งที่เก่าคือ ถนนเจริญกรุง และที่ใหม่คือ บางบัวทอง

สำหรับผู้ที่อยู่ในข่าย "ชง" และ "ร่วมชง" จำเป็นต้อง "แก้ชง" ในปีนี้ ได้แก่

1. ผู้เกิดปีวอก (ลิง) ชง (ปะทะ) โดยตรงกับเทพเจ้า "ไท้ส่วยเอี้ย" และเป็นอริกับปีขาลโดยตรง

2. ผู้เกิดปีขาล (เสือ) ดวงทับองค์ไท้ส่วย

3. ผู้เกิดปีมะเส็ง (งูเล็ก) ปีร่วมชง

4. ผู้เกิดปีกุน (หมู) ปีร่วมชง

ส่วนวิธีการที่จะ "แก้ชง" หรือการเพิ่ม "ฮะ" ในปีนี้จะทำยังไง พื้นที่หมดพอดี อ่านต่อกันพรุ่งนี้แล้วกันครับผม


หน้า 29
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdOVE13TURFMU13PT0=&sectionid=TURNd053PT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB6TUE9PQ==

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thanks for visiting!  
news9
http://pnac-th.blogspot.com/  pnac-th
http://nature1951.blogspot.com/ nature1951
http://econnews9.blogspot.com/ econ
http://seminars9.blogspot.com/ ilaw
http://politic9.blogspot.com/ pdc9
http://jaecafe.com/feed
http://elibrary.nfe.go.th/index2.php
http://www.kmutt.ac.th/rippc/info.htm
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/sat191
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/sweetblog

คนจะฉลาดหรือโง่ขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญขนาดของมันสมอง

คนจะฉลาดหรือโง่ขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญขนาดของมันสมอง

Pic_61027

หาก เป็นเรื่องของสติปัญญากันแล้ว นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ของสหรัฐฯพบว่า มันขึ้นอยู่กับขนาดของมันสมอง คนที่มีมันสมองโตกว่า ย่อมหัวแหลมยิ่งกว่าผู้ที่มีสมองมด

คณะนักวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ ได้ศึกษา โดยสังเกตจากการเล่นวีดิโอเกมของคนต่างๆ สังเกตพบว่า คนที่มันสมองใหญ่กว่า จะมีการประสานงานระหว่างสมองกับมือเหนือกว่าและมีหัวไวกว่าเพื่อนคนที่อาภัพ มีมันสมองก้อนเล็กกว่ากัน

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยอเมริกันผู้เป็น หัวหน้ากล่าวว่า กุญแจของความสำเร็จอยู่ที่ขนาดของมันสมองอันเป็นตัวควบคุมความรวดเร็วของการ ใช้หัวคิดและการค้นพบเรื่องนี้จะช่วยในการศึกษาโรคของมันสมองต่อไป

"ความ รู้เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาเพื่อให้รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเคี่ยวเข็ญ นักเรียนบางคนหรือในการบำบัดรักษาผู้ทุพพลภาพหรือสมองเสื่อมมากสักเท่าใด" เขากล่าว.

http://www.thairath.co.th/content/life/61027



--
     Weblink
seminar
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminarsat.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminardd.com
www.ipthailand.org
www.joetist.com

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

หนังสือร้องเรียนให้เร่งพิจารณาร่าง พรบ.องค์การอิสระผู้บริโภค

 

 

 

 

ประธานรัฐสภา รับหนังสือร้องเรียนให้เร่งพิจารณาร่าง พรบ.องค์การอิสระผู้บริโภค

28 ม.ค. 53 -            ประธานรัฐสภา รับหนังสือร้องเรียนให้เร่งพิจารณาร่าง พรบ.องค์การอิสระผู้บริโภค พ.ศ....                       (ฉบับประชาชน) จากเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุ ได้บรรจุลงในวาระเรื่องด่วนลำดับที่ 2 ของการประชุม            สภาผู้แทนราษฎร แล้ว คาด จะเข้าสู่การพิจารณาได้ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นี้

                นายชัย  ชิดชอบ ประธานรัฐสภา รับการยื่นหนังสือขอให้เร่งรัดการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระผู้บริโภค พ.ศ....(ฉบับประชาชน) จากนางสาวสารี  อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในฐานะผู้แทนเสนอกฎหมายและคณะ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดจากการรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน               1 หมื่นรายชื่อ และเสนอต่อประธานรัฐสภาตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.พ.52  แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการพิจารณา             ทั้งที่ได้รับการบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนพิเศษในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 30 พ.ย.52

                ด้าน ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในวาระเรื่องด่วนลำดับที่ 2 ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การประชุมได้ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นี้ อย่างไรก็ตามเงื่อนเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประสานงานของวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลักขณา  เทียกทอง / ผู้สื่อข่าว

วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์ / เรียบเรียง

 

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

MONGOLIA: PLATINUM PRINTS by Hamid Sardar-Afkhami - PORTFOLIOS*NET - Creative Community

MONGOLIA: PLATINUM PRINTS by Hamid Sardar-Afkhami - PORTFOLIOS*NET - Creative Community

นิทรรศการเดือนมกราคมนี้ เซรินเดีย แกเลอรี่ นำเสนอภาพถ่ายเรื่อง “มองโกเลีย” โดยศิลปินฮามีด ซาร์ดาร์ อาฟคามี

คนไทยส่วนใหญ่รู้จักมองโกเลียจากนิยายกำลังภายในจีน ดินแดนประเทศมองโกเลียเต็มไปด้วยชีวิตของคน และวัฒนธรรมการย้ายถิ่นฐานร่อนเร่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเข้าใจและสัมพันธ์อย่างลึกล้ำกับสัตว์ป่า เรียกได้ว่าคนสามารถสื่อสารกับสัตว์ด้วยภาษาเดียวกัน อย่างเช่น หมาป่า นกอินทรีย์ กวางหิมะ ภาพของฮามีดที่นำเสนอนี้ เป็นภาพที่หาได้ชมยาก ฮามีดใช้เวลากว่า 8 ปี ในการติดตามชนเผ่าเลี้ยงสัตว์ ต้อนฝูงม้า ล่าหมี ฝึกหมาป่า ฝึกนกอินทรีย์ เรียนรู้ รู้จักสัมผัสวัฒนธรรมมองโกเลียเป็นอย่างดี ประกอบกับฮามีดเป็นศิลปินช่างภาพมีฝีมือระดับแนวหน้า

นอกจากภาพที่สวยงามระดับคลาสสิคแล้ว ความพิเศษที่สุดของภาพชุดนี้อีกอย่างคือเป็นภาพที่อัดแบบ “พลาตินัม พริ้นท์” การอัดภาพแบบพลาตินัม เป็นเทคนิคที่ให้ภาพที่มีรายละเอียดสุดยอดเหนือกว่าภาพแบบอื่นๆ ภาพพลาตินัมเป็นการอัดที่ใช้ปฎิกริยาสารละลายเกลือพลาตินัมสัมผัสโดยตรงกับ กระดาษ ภาพที่เกิดไม่ได้เกิดบนสารเคมีที่เคลือบกระดาษเหมือนอย่าง silver gelatin prints จึงทำให้มีรายละเอียดของภาพและโทนสูงที่สุดบรรดากระบวนการอัดภาพ และคงสภาพไม่เสื่อมด้วยตนเองเพราะเป็นโลหะพลาตินั่ม ติดเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษ เป็นภาพที่พิเศษควรค่าแก่การสะสม ในพลาตินัม พริ้นท์ชุด “มองโกเลีย” นี้มีบางรูปที่ได้รับการสะสมอยู่ในบริษัทดีไซน์ระดับโลก Hermès จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ชมงานนี้ในประเทศไทย

=============
Serindia Gallery's fifth exhibition this January features the pinnacle of the photographic print media: Platinum Prints — in MONGOLIA by Hamid Sardar-Afkhami.

Inspired by the pioneers of ethno-photography during the Age of Exploration, such as Edward Curtis who photographed the Indian peoples of North America and Canada, Hamid Sardar-Afkhami dedicates his cameras to making a visual record of Mongolia’s last nomad tribes. Spanning over almost a decade, Hamid’s expeditions in Mongolia have produced three award-winning documentary films and a single important photographic collection concentrating on nomadic culture at the cusp of a great irreversible change.

Platinum prints are considered the ‘king of visual prints’ — they display unsurpassed and long-lasting details, produced by direct exposure of negatives on platinum deposits brushed directly into the paper. Some photographers only printed certain images in platinum (Robert Mapllethorpe’s The Corral Sea, and Irving Penn’s collection at the National Gallery of Art, Washington, for example). The result is greater tonal range, detail and longevity unmatched by other methods using classic silver gelatin or the digital process. The lifespan of a platinum print guarantees it will be viewed three hundred or four hundred years from now, perhaps more. Hamid thus insures these icons a life beyond their own and his.

Hamid Sardar-Afkhami is a professional photographer as well as a scholar of Tibetan and Mongol languages who received his Ph.D. from Harvard University. After moving to Nepal in the late 1980’s and exploring Tibet and the Himalayas for more than a decade, he went to live in Outer Mongolia in 2000 to make a record of people’s customs and manners of life before they became divorced from their natural and spiritual environment.

Facebook | World "Peace, Dignity & Respect" Unity Walks

Facebook | World "Peace, Dignity & Respect" Unity Walks

วันที่:
13 กุมภาพันธ์ 2010
เวลา:
0:00 - 12:00
สถานที่:
Worldwide

รายละเอียด

We are calling the people of all nations to join in a unity peace walk around the world on February 13, 2010 (first Saturday of all future Olympic Games). This harmonious unification of intention through our peaceful actions will create an inner feeling of oneness that we all can share.

----

World "Peace, Dignity & Respect" Unity Walk in Las Vegas:

Date: Saturday, February 13, 2010 / Time: 9:30 a.m.

Starting Location: New York - New York Hotel/Casino, under the Statue of Liberty (3790 Las Vegas Blvd - South)

The inaugural World “Peace, Dignity & Respect" Unity Walks took place on August 8, 2008 (08/08/08) during the opening day of the Olympic Games in Beijing, China. We walk to share the message, "All Life Is Sacred! Save Mother Earth!"

During our walk in Las Vegas, we will carry flags representing all 192 nations, including the Indigenous nations of the world. We will also honor our veterans, police & firefighters by carrying several commemorative flags.

Our walk is approx. 7 miles (one mile for each of the next Seven Generations). You can join us for a block, a mile, or go the distance -- a support vehicle is available. Our walk will travel along the "Strip" & end downtown.

For additional info please call: 702-319-8888 or 702-526-6292

eMail: peaceWalk@helloWorld.com

http://www.WorldUnityWalks.org

----

In honor of Aaron Jackson's commitment to helping the children of our world, we will carry the flag of Haiti with great respect and dignity. For the past several years Aaron has given up the comforts of a "normal" life to help the under privileged in less developed nations, with his initial concentration in Haiti. Can one person make that much of a difference? www.PlantingPeace.org

In honor of Captain Paul Watson and his crew, in their relentless efforts to help protect marine life worldwide, we will carry the flag of the Five Nation Iroquois Confederacy that is flown on Sea Shepherd ships. As stated by Captain Watson, "it is the one flag that we are most proud to have been given permission to fly." www.SeaShepherd.org

In honor of Chief Arvol Looking Horse, the keeper of the White Buffalo Calf Pipe for the Lakota, Dakota & Nakota Nations, we will carry the Earth flag symbolic of Grandmother Earth. www.Wolakota.org

In honor of Chief David Bald Eagle, and members of the UNN Grand Council, we will carry the U.S. Dream Catcher Eagle flag as a symbol of unity between natives & non-natives alike. www.UnitedNativeNations.org

In honor of Audri Scott Williams, and the World Peace Walkers, we will carry the Afro-American Heritage flag in remembrance of their ancestors. www.TrailOfDreamsWorldPeaceWalk.com

In honor of Dermot Butterly, who recently completed a walk across the United States from L.A. to D.C. to share Gandhi's message, "Be the change you want to see in the world," we will carry a full-size flag of India. www.GandhiPeaceWalk.org

In honor of Jeremy Gilley for his dedicated efforts in establishing September 21st as Peace Day, which is now recognized by the United Nations as the International Day of Peace, a day of global cease-fire and nonviolence, we will carry a special Peace flag. www.PeaceOneDay.org

In honor of Marianne Williamson, and members of The Peace Alliance in their enduring campaign to establish a U.S. Dept. of Peace, we will carry the World Peace (with Doves) flag. www.ThePeaceAlliance.org

In honor of Vietnam Veteran Claude AnShin Thomas, acclaimed author of, "At Hell's Gate: A Soldier's Journey from War to Peace," we will carry the Vietnam Veteran flag with deep appreciation for all our veterans. www.Zaltho.org

In honor of Toltec Spiritual Leader Ricardo Cervantes Cervantes (aka, "El Gorila") from Teotihuacan, Mexico, and Mary Ann Thompson-Frenk & Joshua Raymond Frenk, founders of the Memnosyne Foundation, we will carry the flag of the Lady of Guadalupe in recognition of the annual celebration at "The Pyramid of the Sun." www.Memnosyne.org

In honor of His Holiness Maharishi Mahesh Yogi (1917 – 2008), we will carry the Global Country flag of his Peace Palaces that will one day be flying in all 192 countries of the world. www.MaharishiPeacePalaces.org

In honor of Aung San Suu Kyi, His Holiness the 14th Dalai Lama, His Holiness the 17th Karmapa(s), His Holiness the true 11th Panchen Lama, and the people of Burma & Tibet, we will carry their flags together in unity with the hope that one day soon they will enjoy precious freedom that we all cherish deeply, especially after it is taken away. www.USCampaignForBurma.org | www.SaveTibet.org

"We will be known forever by the tracks we leave." ~Dakota

ลิงก์

แสดง 1 ลิงก์ดูทั้งหมด

แขกที่ยืนยันแล้ว

กิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดแขกที่ยืนยันแล้ว 319 คนดูทั้งหมด

กระดานข้อความ

กำลังแสดงข้อความในกระดานข้อความทั้ง 4 อัน

คุณสามารถโพสท์ข้อความได้หลังจากตอบรับกิจกรรม
Stacey Hall เขียน
เมื่อเวลา 20:36 น. เมื่อวานนี้
I will be there in spirit.
Lupe Curtis เขียน
เมื่อเวลา 6:34 น. วันที่ 26 มกราคม 2010
I will be there for sure!!
Robin Howson เขียน
เมื่อเวลา 18:32 น. วันที่ 24 มกราคม 2010
I wish..........
Arisana Tolomei เขียน
เมื่อเวลา 6:00 น. วันที่ 24 มกราคม 2010
I will be speaking at the Manifestation Workshop that day. Depending on other responsibilities I may be on the walk too! :) Much love, peace and joy! ♥

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

การแข่งขันฟุตบอลหญิง ในงานกีฬามหาวิทยาลัย "แม่โดมเกมส์"



 
จาก: 
วันที่: มกราคม 26, 2010 3:18 ก่อนเที่ยง
หัวเรื่อง: การแข่งขันฟุตบอลหญิง ในงานกีฬามหาวิทยาลัย "แม่โดมเกมส์"
ถึง: 


เก็บตกขอบสนาม
 
เป็นครั้งแรกที่มาดูบอลแบบใกล้ชิดติดสนาม แถมได้กินข้าวกลางวันในกล่องขนมเค้กขนาดที่เขาเสริฟกับกาแฟ-น้ำส้มประมาณนั้น เรื่องแปลกแต่จริงที่หลายคนตั้งคำถามในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมาดังๆ เพราะมันสุ่มเสี่ยงเกินไป... วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่วิภามาทำหน้าที่กรรมการจัดการแข่งขัน ตามป้ายแขวนคอบอกว่าสังกัดฝ่ายเทคนิคกีฬา คือจัดหาน้ำท่าข้าวปลา อุปกรณ์เสริม งานเอกสารให้พร้อม และดูแลนักศึกษาอาสาสมัครที่มาช่วยงาน  วิภานั่งอยู่ในเต๊นท์ขอบสนามที่อยู่หลังเต๊นท์กรรมการผู้ตัดสิน และผู้ควบคุมการแข่งขัน ซึ่งเป็นมืออาชีพ บอลหญิงในการแข่งครั้งนี้เล่นตามกติกาเหมือนบอลชายไม่ผิดเพี้ยน ทั้งเวลาก็ยาวนานเท่ากัน ดูแล้วอดนึกชมไม่ได้ว่า ผู้หญิงเราซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาวหล่อเตะบอลกันเก่งขนาดนี้แล้วหรือ ทะมัดทะแมงและอึดมาก วิ่งตลอด 45 นาทีไม่ค่อยจะเปลี่ยนตัวนักกีฬาเลย หรือเพราะหาคนเล่นยากตัวสำรองมีน้อย...เรื่องน้ำใจนักกีฬาก็มีกันเต็มเปี่ยม ก่อนมาดูมีคนบอกว่าอาจจะเจอบอลหญิงตบกัน (คล้ายในละครน้ำเน่า) เอาเข้าจริงนอกจากไม่มีตบ ไม่มีต่อยกันแล้ว แม้จะแพ้เพื่อนเป็น10ลูก 18 ลูก ก็ยังแข่งเสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีอาการท้อปรากฏให้เห็นเลย ส่วนกรรมการในสนามเองก็มีทั้งหญิงชายสลับกันไป
 
การแข่งวันนี้มีถึง 4 คู่ แต่มาสะดุดที่คู่สุดท้าย ไม่ใช่สะดุดเรื่องในสนาม แต่วิภาสะดุดเรื่องนอกสนาม
คือกรรมการชายอาวุโสท่านหนึ่งเข้าใจว่าเป็นมืออาชีพด้านฟุตบอล เมื่อ 2 วันแรกก็นั่งในเต๊นท์กรรมการตัดสินดีๆวันนี้แวะเวียนมาที่เต๊นท์ด้านหลังตลอด อาจจะเพราะทีมทำงานเป็นหญิงล้วน ทำหน้าที่คีย์คะแนนต่างๆ และรายงานผลบอลอย่างละเอียดลงในคอมพิวเตอร์โดยประจำอยู่ 2 คน กรรมการชายท่านนี้คุยตลอด 15 นาทีแบบ Non-stop เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับเกมกีฬา มีทั้งเรื่องประวัติส่วนตัวไปจบที่ชวนรับประทานอาหารเย็น วิภาก็เลยแซวไปนิดนึงว่า ให้นักศึกษาหญิงบันทึกไว้ด้วยว่าท่านกรรมการมาคุยในเต๊นท์นี้เป็นเวลา 15 นาที
 
นี่คือครึ่งแรกของการแข่งคู่สุดท้าย พอครึ่งหลังกรรมการชายที่น่าจะนั่งอยู่ที่เต๊นท์กรรมการตัดสินตรงขอบสนามตามที่จัดไว้ให้ คราวนี้ก็มากัน 2 คนเลย คือผู้อาวุโสท่านหนึ่ง กับกรรมการหนุ่มอีกท่านหนึ่งคุยกันครบวงพอดี 4 คน คุยกันถูกคอจนไม่ต้องดูการแข่งขันเลย เรื่องที่คุยก็หนักไปทางชวนเที่ยวชวนกินข้าว แต่สถานที่ที่จะพาไปดูว่าจะไกลกว่าเดิม  วิภาไม่ได้สอดรู้อะไร แต่ต้องมานั่งอยู่ในเต๊นท์เดียวกัน....ทำไงได้ พอลูกเข้าประตูก็เลยขัดจังหวะการคุยที่กำลังออกรสไปว่า หมายเลขอะไรยิงประตู...ทั้ง4 คนจึงตื่นจากภวังค์ ทำหน้าเหรอหรา...ไม่รู้เลย  ต้องวิ่งไปถามกรรมการที่นั่งคนเดียวอยู่อีกเต๊นท์หนึ่ง  เวลาผ่านไปนึกว่าทุกคนคงจะรู้หน้าที่และกลับไปอยู่ในที่ตั้งของตน
 
แต่เปล่าการสนทนาเริ่มขึ้นอีกมีการแจกขนมให้นักศึกษา ถึงขนาดจับใส่มือกันเลยอย่างสนิทสนม
ถึงตอนนี้วิภาก็ชั่งใจอยู่หลายนาที จะพูดดีไม่พูดดี....ต่อมมโนธรรมมันย้ำให้ทำงาน  เลยหันไปคุยกับกรรมการอาวุโสท่านนั้นและขอร้องว่ากรุณาคุยกันหลังจากการแข่งขันจบแล้วได้หรือไม่....ให้นักศึกษาได้ทำงาน  กรรมการท่านนั้นก็รีบออกตัวว่าล้อเล่นไม่มีอะไร.... (นิดๆหน่อย ก็โอเค ไม่ใช่ตลอดเกม) พอจบการแข่งขันทุกคนก็แยกย้ายกันไป
 
ที่แน่ๆคือในเกมเขาแพ้ชนะกันทำแต้มกันไปผู้คนทั่วไปอาจจะไม่สนใจบอลหญิงอยู่แล้ว เพราะปรามาสว่าฝีไม้ลายมือสู้บอลชายไม่ได้ สื่อก็ไม่ค่อยมาทำข่าวกัน คนเชียร์ คนดูก็นับตัวได้ แถมกรรมการสายอาชีพทั้งหลายก็อาจจะเบื่อหรืออย่างไร  กรรมการบางท่านจึงกะมาทำแต้มที่ขอบสนามแทน จะได้แต้ม จะเสียแต้ม จะสนุกปาก แค่ล้อเล่น ก็คงไม่มีใครรู้ ต้องไปถามนักศึกษาอาสาสมัครหญิงทั้งสองดูเอง...ที่วิภาห่วงก็คือหวังว่านักศึกษาธรรมศาสตร์ที่มาขันอาสารับค่าแรงวันละ 200 บาท จะได้รับ ได้เรียนรู้อะไรจากการแข่งขันครั้งนี้กลับไปและเป็นประโยชน์กับตัวนักศึกษาเอง เช่น ความอดทน ความเข้าใจเรื่องการแบ่งงาน การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ตลอดจนความเสียสละและมิตรภาพ
 
วิภา ดาวมณี รายงานด้วยความห่วงใย
(ยังมีเรื่องขอบสนามที่น่าห่วงสำหรับเหล่าเชียร์ลีดเดอร์มีนักข่าวมาเล่าให้ฟังไว้ตอน2 ก็แล้วกัน)
 
หมายเหตุ
การแข่งฟุตบอลหญิงนัดต่อไป วันพุธที่ 27 มกราคม
ที่สนามฟุตบอลมินิสเตเดียม ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
เริ่ม 13.00 น. 

 

 
 
Vipar Daomanee  tel. 081-613 4792 
College of Innovation, Thammasat University 
Tel 02-613 3115#5118
................................................................................................................................................................
Fact Finding Commission:


--
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณสมัครรับข้อมูลจากกลุ่ม "ชุมชนเลี้ยวซ้าย" ของ Google Groups
หากต้องการโพสต์ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ turnleft@googlegroups.com
หากต้องการยกเลิกการสมัครสำหรับกลุ่มนี้ โปรดส่งอีเมลไปที่ turnleft+unsubscribe@googlegroups.com
สำหรับตัวเลือกเพิ่มเติม โปรดเข้าสู่กลุ่มนี้ที่ http://groups.google.com/group/turnleft?hl=th



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
chun
http://tham-manamai.blogspot.com /sundara        
http://dbd-52hi5com.blogspot.com/ dbd_52
http://thammanamai.blogspot.com/ อายุวัฒนา
http://sunsangfun.blogspot.com/ suntu
http://originality9.blogspot.com/ originality
http://wisdom1951.blogspot.com/ wisdom