ชมพุทธประวัติ ฉบับการ์ตูน

Art of Asia: Buddhism - The Art of Enlightenment

ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)

การแนะแนว"อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ"จัดโดยมูลนิธิไทยคม 10-11 ต.ค.52

Bookmark and Share

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เคทีซี เปิดศูนย์บริการท่องเที่ยวเพื่อสมาชิก บริเวณ ชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ

 เคทีซี เปิดศูนย์บริการท่องเที่ยวเพื่อสมาชิก

ข่าววันที่ 8 ตุลาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

          นาย สถาพร สิริสิงห รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายการตลาดเพื่อการ สันทนาการ บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) เปิดเผยว่า เคทีซีได้เปิดศูนย์บริการการเดินทางและท่องเที่ยวสำหรับสมาชิกเคทีซี “KTC Travel Services Center” แห่งใหม่ขึ้นภายใน เคทีซี ทัช ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯบริเวณ ชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรองรับความต้องการด้านการเดินทางท่องเที่ยวของสมาชิกเคทีซีทุกประเภท กว่า 2.15 ล้านบัญชี ทั้งที่ทำงานและมาติดต่อราชการในศูนย์ราชการฯ แห่งนี้ รวมถึงสมาชิกที่พักอาศัยอยู่ในเขตแจ้งวัฒนะ และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถทำธุรกรรมด้านการท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจร อาทิ สำรองที่นั่งกับสายการบินทุกแห่ง บริการจองแพ็คเกจท่องเที่ยว รีสอร์ทหรือโรงแรม และบริการรถเช่า โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป



--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe
www.pil.in.th

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

งานรำลึก 6 ตุลา ครบรอบ 33 ปี : ประชาธิปไตยสมบูรณ์...?

วันที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 23:59:49 น.  มติชนออนไลน์

งานรำลึก 6 ตุลา ครบรอบ 33 ปี : ประชาธิปไตยสมบูรณ์...?

โดย วิภา ดาวมณี

คนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่าสามสิบปีส่วนใหญ่ คงไม่รู้ว่า 6 ตุลา 2519 คืออะไร  แต่ในความทรงจำของคนรุ่นก่อน 6 ตุลา หรือคนเดือนตุลา  6 ตุลาอาจเปรียบเช่นเส้นไหมที่สวยงาม รอการถักทอเป็นผืนผ้า  หรือเปรียบดั่งลวดหนามที่ร้าวราน บ่งบอกถึงบาดแผลที่เกรอะกรัง    3 ปีที่แล้วเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การรัฐประหารครั้งใหม่   เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519  ก็มีส่วนช่วยในการปกป้องสังคมไทยมิให้ตกไปเป็นเหยื่อของความรุนแรง  


นับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย โดยเชื่อว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ละเลยประโยชน์ของคนส่วนน้อย ระบอบนี้มุ่งเน้นให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง  

 

หากแต่ว่าการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยที่ผ่านมา 77 ปี ยังคงประสบปัญหาหลากหลายประการ ที่ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยไม่บรรลุผล  ขณะที่ความขัดแย้งสำแดงพลังเป็นฝักเป็นฝ่ายจนกลายปรากฏการณ์แย่งชิงมวลชน แย่งชิงพื้นที่สื่อ  


เพราะฉะนั้น วันนี้หากถามว่า ประชาธิปไตยคืออะไร ...ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตยคือเผด็จการใช่หรือไม่ …ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้มารึยัง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจริงหรือ...ความเสมอภาคมีหน้าตาอย่างไร...ใครกันที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง?  


เมื่อคณะราษฎรทำการปฏิวัติ คำประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1โดย ปรีดี พนมยงค์ ได้เขียนไว้ว่า “รัฐบาล...(ก่อนหน้าการปฏิวัติ 2475) กล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณ เสียภาษีอากรให้......ได้กินว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรยังโง่ ถ้าราษฎรโง่ ....ก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน” ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ปัจจุบันมีการกล่าวกันว่าราษฎรไม่ควรมีสิทธิทางการเมือง ไม่ควรได้รับสิทธิเลือกตั้ง 1 สิทธิ์ 1 เสียง เพราะราษฎรโง่ จริงๆ แล้วราษฎรโง่หรือใครโง่กันแน่?


เมื่อ 33 ปีก่อนไม่ว่าจะเป็นทุนอนุรักษ์นิยม ทุนขุนนาง ขุนศึกต่างร่วมมือกันเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519  ทุกกลุ่มมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ระบอบใหม่อันเป็นระบอบประชาธิปไตยของ คนส่วนใหญ่  พวกเขาชูคำขวัญ “ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ” มาสร้างความชอบธรรมในการปราบปราม นักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้อำนาจป่าเถื่อน ใช้ความรุนแรงเข้า ประหัตประหาร เข่นฆ่า จับกุม ตั้งข้อหาสารพัด ทั้งข้อหากบฏ และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์  ประชาธิปไตยที่เบ่งบานจากการปฏิวัติ 14 ตุลา 2516 จึงตายไปพร้อมๆกันในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519   เจตนารมณ์ของวีรชน 6 ตุลา ส่วนหนึ่งคือ การต่อต้านเผด็จการ กรณีจอมพลถนอมบวชเณรกลับเข้าไทย หลังจากถูกขับไล่ออกไปเมื่อ 14 ตุลา  แต่ การรัฐประหาร 19 กันยายน ปี 2549  ก็นำเผด็จการทหารกลับมาอีกครั้ง   คำถามคือประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้เป็นประชาธิปไตยของใคร 


เมื่อโลกต้องเผชิญกับวิกฤตทุนนิยม แนวคิดสังคมนิยมกำลังได้รับการรื้อฟื้น แม้ พ.ร.บ. คอมมิวนิสต์จะถูกยกเลิกไปนานแล้ว แต่วันนี้มีการปลุกผีคอมมิวนิสต์  ผ่านสื่อของฝ่ายเสื้อเหลืองและสื่อของรัฐอย่างเป็นระบบ ทั้งๆที่ไม่ว่าเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงต่างก็มีสมาชิกเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ อดีตคนเข้าป่า  มีการเชื่อมโยงถึงการโค่นล้มสถาบันอันเป็นที่เคารพ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้จนกลายเป็นกระแส มีความพยายามยกเลิกอำนาจอธิปไตยของปวงชนไทย


จากหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ 26 เมษายน 2549 ในหลวงทรงตรัสถึงความหมายของประชาธิปไตยไว้ว่า “..... ขอยืนยันว่า มาตรา 7 ไม่ได้หมายถึงมอบให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรตามชอบใจ ไม่ใช่มาตรา 7 พูดถึงการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้บอกว่าให้พระมหากษัตริย์ตัดสินใจทำได้ทุกอย่าง ถ้าทำ เขาก็จะต้องว่าพระมหากษัตริย์ทำเกินหน้าที่ ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยขอไม่เคยทำเกินหน้าที่ ถ้าทำเกินหน้าที่ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ” 


ขณะที่กลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่งกำลังสร้างสถานการณ์นำไปสู่ประชาธิปไตย สมบูรณาญาสิทธิ์  อดีตซ้ายเก่าเหมาอิสต์บางกระแสเสนอว่าต้องเร่งสร้างประชาธิปไตยนายทุนให้ เต็มใบ ทั้งๆที่สังคมไทยก็เป็นประชาธิปไตยนายทุนมานานแล้ว  ประชาธิปไตยของประชาชนคนยากคนจน คนส่วนใหญ่คงต้องรอไปก่อน... 


“แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับเจตนารมณ์วีรชน ๖ ตุลา  ๒๕๑๙ ” คืออะไร ปาฐกถา ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จะค้นคว้ามานำเสนอ ประกอบกับหนังสือเราจะต่อต้านเผด็จการได้อย่างไร โดย อ.ปรีดี พนมยงค์ในวันอังคารที่ 6 ตุลาคมปีนี้ เวลา 9.30 น.-12.00 น. ณ ห้องแอลที คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  


ความขรุขระบนหินรูปเขื่อนสีเลือดเกรอะกรังของชิ้นงานประติมากรรม 6 ตุลา 2519 ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สะท้อนให้เห็นด้านที่อัปลักษณ์ของสังคมไทย เตือนใจให้จำเหตุการณ์ทารุณโหดร้าย เตือนสติแก่ทุกคนว่าเหตุการณ์เช่น 6 ตุลาจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต 

 

6 ตุลาปีนี้ ครบรอบปีที่ 33 แล้ว อาจจะเป็นทั้งวิกฤต และโอกาส

 




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"จตุพร"เผยเสื้อแดงเตรียมเคลื่อนไหวอีกในเดือนตุลาคม
รวมภาพคนการเมือง-ญาติวีรชน 14 ตุลาฯ ร่วมพิธีรำลึก35ปีแน่น
คลิปเสียง 14 ตุลา ถึง 6 ตุลา
ย้อนรอยเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาตร์ 14 ตุลาต่อเนื่อง 6 ตุลา
" 6 ตุลาฯ " เหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์ไทย ไม่กล้าบันทึก
มธ.จัดการรำลึก 32 ปี 6 ตุลา "สุรพล"หวังไทยไม่ซ้ำรอย
"สุริยะใส"ชี้เหตุคนตายคล้าย "6 ตุลา" นายกฯต้องรับผิดชอบ
"มูลนิธิ 14 ตุลา"จัดกิจกรรมดึงเยาวชนร่วมรักษาปชต.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1254752079&grpid=01&catid=

--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)



 
จาก: amornrat mitpaibul <amornratnoi@yahoo.com>
วันที่: ตุลาคม 5, 2009 11:04 ก่อนเที่ยง
หัวเรื่อง:  ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
ถึง: 


--- On Fri, 10/2/09, Nuda SURACHAT <deeday_da@yahoo.com> wrote:


From: Nuda SURACHAT <deeday_da@yahoo.com>
Subject:  ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
To:

Date: Friday, October 2, 2009, 1:15 PM



--- On Thu, 9/17/09, สิริพร ตรี <gai_kai@hotmail.com> wrote:


From: สิริพร ตรี <gai_kai@hotmail.com>
Subject:   ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
To:

Date: Thursday, September 17, 2009, 3:33 AM


 

Subject:   ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
Date: Wed, 16 Sep 2009 20:52:00 -0500


 

Subject: ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
Date: Thu, 17 Sep 2009 08:43:03 +0700


 

Subject:  ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
Date: Tue, 15 Sep 2009 09:31:22 +0700

 From: w anunt
To:  
Sent: Thursday, July 23, 2009 1:55 AM
Subject:   ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)


 

From: dao4747@hotmail.com
Subject: ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)
Date: Thu, 23 Jul 2009 08:45:41 +0000

Fw: ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)

หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับ

มาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถ
ตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจาก
มือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตรดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไปยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยาBURUNDANGA เพิ่อให้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วเจ้าตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า
ดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ !!!! หรือแม้แต่คนที่แจกโฆษณา
 
ฝากส่งต่อเยอะ เลยนะจ๊ะ



แบ่งปันความทรงจำกับคนอื่นๆ ที่คุณต้องการทางออนไลน์ได้ คนอื่นๆ ที่คุณต้องการ

Bing brings you health info from trusted sources. Try it now!

แบ่งปันรูปถ่ายกันอย่างง่ายดายด้วย Windows Live™ Photos ลากแล้วปล่อย





--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm

ข่าวโลกร้อน 5 ต.ค. (เหมาะกับช่างภาพ เดินขบวนใหญ่ทุกกลุ่ม)



 
From: sataya phongsasumitr <satayap@hotmail.com>
Date: ต.ค. 4, 2009 6:29 หลังเที่ยง
Subject: หมายข่าวโลกร้อน 5 ต.ค. (เหมาะกับช่างภาพ เดินขบวนใหญ่ทุกกลุ่ม)
To:
หมายข่าวจันทร์ 5 ต.ค. (เดินขบวนใหญ่ที่สุดของภาคประชาชนไทย อาเซียน โลกร่วมกันสำหรับงานโลกร้อน จำนวนคนคาดว่ากว่า 1500 คน)
 
Asian People's Solidarity for Climate Change March
เดินขบวนใหญ่ระดับเอเชีย ภาคประชาชน เอ็นจีโอไทยและโลกร่วมด้วย
08.30 รวมตัวสวนสันติชัยปราการ
09.00 ออกเดินไป ตึกยูเอ็น แถลงข่าวถึงราว 1200
 
 
 
 


Windows Live: Make it easier for your friends to see what you’re up to on Facebook.


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"สุรัตน์ โหราชัยกุล" ไขปริศนา "เศษดอลลาห์มะกัน"

วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11528 มติชนรายวัน


"สุรัตน์ โหราชัยกุล" ไขปริศนา "เศษดอลลาห์มะกัน"


สัมภาษณ์

โดย พนัสชัย คงศิริขันธ์




บทความของ "ฮันนาห์ บีช" ผู้สื่อข่าวของไทม์ได้กล่าวอ้างถึงในนิตยสารรายสัปดาห์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้สหรัฐกังวลกับสถานการณ์การเมืองไทยจนต้องตัดสินใจมอบเงินทุนสนับสนุน จำนวนกว่า 280 ล้านบาท ผ่านทางสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาหรือยูเสด (USAID-United States Agency for International Development) เพื่อดำเนินการสร้างประชาธิปไตยขึ้นในไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมายาวนานเกือบ 15 ปีแล้ว

สำหรับ "ยูเสด" เป็นองค์กรคล้ายๆ รูปแบบมูลนิธิที่ได้เงินภาษีจากประชาชนอเมริกันมาช่วยมวลมนุษยชาตินี้จะที่ มีหน้าที่อย่างไร และเชื่อมโยงต่อการเมืองไทยอย่างไรนั้น

"สุรัตน์ โหราชัยกุล" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไขข้อกังวลที่หลายฝ่ายอาจมีความเป็นห่วงว่า "ดี" หรือ "เสีย" หากไทยจะยื่นมือไปรับเงินทุนของ "ยูเสด" เพื่อมาฟื้นฟูประชาธิปไตยไทย

ยูเสดเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สำคัญอย่างไรต่อการช่วยเหลือประเทศต่างๆ

ยูเสดถูกจัดตั้งภายใต้ พ.ร.บ.การช่วยต่างประเทศ ในปี ค.ศ.1961 หลังจากนั้นก็มีวิถีการช่วยเหลือต่างๆ จนขณะนี้จะเห็นว่ายูเสดมีหมวดหมู่ภายใต้การช่วยเหลือ คือ
1.เกษตรกรรม
2.ประชาธิปไตย
3.ระบบธรรมาภิบาล
4.การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้า
5.สิ่งแวดล้อม
6.การศึกษา
7.สุขภาพ และ
8.อื่นๆ

ยูเสดมีการวางยุทธศาสตร์ที่วางไว้โดยแบ่งแค่ 5 หัวข้อหลัก คือ
1.สันติภาพ และความมั่นคง
2. การปกครองที่ยุติธรรมเป็นไปอย่างประชาธิปไตย
3.การลงทุนในประชาชนเช่นการศึกษา สุขอนามัย
4.การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และ
5.ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ดังนั้น หน้าที่หลักของยูเสด คือฟื้นฟูประชาธิปไตยด้วย ซึ่งการเอางบประมาณไปให้ประเทศใดต้องมีนัยยะ และการให้เงินต้องมีผล ถ้าให้ไม่เกิดผลจะโดนด่าเพราะให้แล้วไม่มีประโยชน์

ให้เงินทุนแก่ประเทศใดบ้างนอกจากไทย

หากจะเห็นความเร่งรีบการให้และมองว่าควรให้เงินบริจาคแก่ประเทศไหนเป็นพิเศษ นั้นก็ดูได้จากปัจจุบันมีกลุ่ม 10 ประเทศ ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากยูเสด โดยเป็นข้อมูลล่าสุดรายงานเมื่อปี 2551 ซึ่งไม่ได้มีประเทศไทยอยู่ในกลุ่มดังกล่าว โดยประเทศที่ได้รับเงินช่วยเหลือมากที่สุด คือ
-อัฟกานิสถาน 1,446 ล้านเหรียญ
-อิรัก 1,243 ล้านเหรียญ
-อียิปต์ 606 ล้านเหรียญ
-ปากีสถาน 458 ล้านเหรียญ
-ซูดาน 382 ล้านเหรียญ
-เคนยา 289 ล้านเหรียญ
-จอร์แดน 280 ล้านเหรียญ
-แอฟริกาใต้ 250 ล้านเหรียญ
-เอธิโอเปีย 214 ล้านเหรียญ
-ยูกันดา 204 ล้านเหรียญ
-อินโดนีเซีย 192 ล้านเหรียญ
โดยกลุ่ม 10 ประเทศนี้พบว่ามี 6 ใน 10 เป็นประเทศมุสลิม และยังเป็นตัวเลขของเงินที่ได้รับจากยูเสดถึงจำนวน 5,564 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าที่ไทยได้รับอยู่ในขณะนี้ และรวมทั้งโลกยังมีถึงอีก 120 ประเทศ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากยูเสด 7,070 ล้านเหรียญ

ยูเสดหยุดให้เงินทุนแก่ไทยมานานกว่า 15 ปี แล้วแต่มีสาเหตุใดที่ต้องกลับมาจัดสรรให้ไทยอีก

ไทยได้รับเงินจากยูเสดในครั้งนี้ที่ประมาณ 30-40 ล้านเหรียญ ในระยะเวลา 5 ปีคือ ปี 2553-2558 แต่ประเทศไทยจะไม่ได้รับเงินที่เข้าลักษณะของ 10 ประเทศข้างต้น เพราะไทยหยุดความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับสหรัฐ ในเชิงของความช่วยเหลือที่ไม่นับการฝึกอบรม มีการหยุดให้เงินแบบนี้มาตั้งแต่ ค.ศ.1995 แล้ว ดังนั้น ทำไมยูเสดถึงกลับมาให้เงินช่วยเหลือกับไทยอีก โดยเอกสารจากสื่อมวลชนของสหรัฐให้เหตุผลประการหลักคือ ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และสิ่งที่เรียกว่ากระบวนการรุนแรงแบบมุสลิมที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะทำให้อย่างไรไม่ให้รัฐประหารต้องเกิดขึ้นได้อีก

ในอดีตเคยให้เงินทุนกับไทยหลายครั้งหรือไม่

ผมจำได้ว่าเคยให้กับไทยก่อนหน้านั้น และให้เยอะมากในช่วงสงครามเย็นที่ช่วงนั้นประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ อีกทั้งการให้เงินดังกล่าวจะต้องมีมูลเหตุก่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปคุยกับยูเสด แต่เป็นการทำงานบนพื้นฐานของสถานทูตของสหรัฐด้วย และสถานทูตสหรัฐก็เฝ้าจับตามองประเด็นเสื้อเหลืองและเสื้อแดงละเอียดกว่าทุกสถานทูต เพราะเมื่อครั้งสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตั้งแต่การฆ่าตัดตอน หากยังจำกันได้ พ.ต.ท.ทักษิณเคยเรียกทูตไปว่าด้วย

แต่รัฐบาลอ้างว่างบฯ 280 ล้านบาทที่ได้รับยังไม่ได้ใช้

ท้ายที่สุดรัฐบาลต้องรับรู้เมื่อมีการให้เงินดังกล่าวมาในไทย แต่จะผ่านกระทรวงการต่างประเทศหรือทางไหนก็ต้องว่ากันไป แต่หากรัฐบาลอ้างว่าเงินดังกล่าวไม่ได้รับรู้เลยก็คงจะไม่ได้ และอาจจะเป็นไปได้ว่าองค์กรอื่นอย่างเอ็นจีโอก็อาจจะนำไปใช้ แต่หากรัฐบาลได้งบฯดังกล่าวมาใช้ก็ต้องแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบและควรเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงด้วย

หากไทยรับเงินคงการันตีสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณอ้างได้ว่าประชาธิปไตยของไทยถอยหลังในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

หากเข้าใจว่าการรัฐประหารเป็นความล้าหลังก็เข้าใจได้ แต่ไม่ควรเข้าใจอย่างนั้น เพราะคุณทักษิณก็ไม่ได้ทำถูกต้องทั้งหมด โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชนการประกาศสงครามต่อต้านยาเสพติด ที่ทำให้การเกิดฆ่าตัดตอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาธิปไตยถอยหลังเข้าคลองได้เหมือนกัน และคุณทักษิณมาจากการเลือกตั้งที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ฝรั่งชมว่าก้าวหน้ามาก ซึ่งคนที่มาจากการเลือกตั้งกลับกระทำผิดเสียเองด้วย

แม้ไม่มีการรัฐประหารแล้วรัฐบาลทักษิณยังอยู่เป็นไปได้ที่จะให้เงินกับไทย

อาจจะจัดสรร แต่คุณทักษิณไม่เอา เพราะสถานทูตสหรัฐเคยเขียนรายงานเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทักษิณ ทำให้คุณทักษิณค่อนข้างโกรธ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐต้องคำนวณจังหวะด้วยว่ายังไม่ควร หรือหากส่งเงินมาคุณทักษิณก็คงไม่เอา เพราะอย่างเงินช่วยเหลือตอนประสบภัยสึนามิคุณทักษิณยังไม่ยอมรับความช่วยเหลือ

รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นปัจจัยหลักที่ให้เงินกับไทยครั้งนี้

เราไม่รู้ใจจริงยูเสดคิดไง เพราะการจะเอาเงื่อนไขรัฐประหารมาเป็นเหตุผลการให้เงินกับไทย บางคนก็บอกสมเหตุผล เพราะก่อนหน้านี้ไทยไม่ได้มีการรัฐประหารมานานแล้ว แต่ดันมาเกิดขึ้นอีก

คงต้องประเมินไทยด้วยว่าใช้เงินได้คุ้มค่าหรือไม่ และอาจถูกมองว่าเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในไทยได้

จะใช้แล้วหากไม่ประเมินก็ไม่ถูก เพราะยูเสด ก็โฆษณาว่า USAID FROM AMERICAN PEOPLE เป็นเงินภาษีของคนอเมริกันบ้านเขาเสียเงินภาษีมาให้เรา และหากให้เงินมาแล้วใช้ไม่เกิดประโยชน์ทางยูเสดก็คงไม่กล้าปล่อยให้รัฐบาลไป ทำผิดเงื่อนไขแต่แรกแน่ เพราะหากปล่อยให้ทำผิดเงื่อนไขการรับเงินยูเสดจะถูกคนสหรัฐด่าแน่ว่ายูเสด โง่ หากจะมองว่าเข้ามาแทรกแซงกิจการในไทยนั้น หากเขาต้องการประเมินก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เป็นการตรวจสอบเพื่อให้ใช้เงินดังกล่าวให้ถูกต้อง เป็นการดี

ที่ผ่านมาไทยใช้เงินเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยแค่ไหน

ที่ผ่านมาจะใช้ในมารูปแบบทุนการศึกษา แต่มาวันนี้เราเห็นประเด็นปัญหาที่สมัยก่อนทุนการศึกษาเป็นเรื่องของการ พัฒนาประเทศ มุ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอดีตก็มีได้งบฯไปพัฒนาด้านเกษตรกรรม

ดูเหมือนว่า 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศเรามีปัญหาเรื่องระบบธรรมาภิบาลจึงทำให้ยูเสดต้องยื่นมือเข้ามาช่วยไทย

สิ่งที่สีแดงพูดบอกว่าไม่ยุติธรรม สีเหลืองยึดสนามบินยังบอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งเราต้องยอมรับว่าระบบเรามีปัญหา หากประเทศใดไม่มีหลักนิติรัฐต่อให้มีผู้นำดีหรือไม่ดีก็ไม่สำคัญเท่าระบบ ยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญกว่ารัฐบาล แม้จะยังไม่มีรัฐบาลแต่หากประเทศดำเนินไปได้ถ้าหากมีนิติรัฐและนิติธรรมก็ทำ ให้ไปข้างหน้าได้ ซึ่งแรลลี่ แดมอน ที่เป็นนักประชาธิปไตยกระแสหลักของ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐ พูดว่าประชาธิปไตยจะอยู่ได้หรือไม่ต้องมีธรรมาภิบาล

แม้จะมีผู้นำที่ดีแต่หากหลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศยังสั่นคลอนการพัฒนาประชาธิปไตยก็ลำบากได้

แม้ตัวผู้นำจะไม่ไปกระทำผิดก็ยังไม่พอ เพราะปัญหาอยู่ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะมีหลักนิติรัฐ แต่บางกรณีมีคดีประชาชนบอกว่าผิด แต่มันไม่ผิด ก็เกิดความคาใจ เมื่อคาใจก็ยุ่ง แม้บางประเทศจะมีความยุติธรรมบกพร่องได้ไหมคือ ทำได้เพราะในยุโรปก็มีอเมริกาก็มี แต่มันต้องมีการบกพร่องที่ไม่ถี่ และมันต้องวิพากษ์ไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่บ้านเราไม่ใช่แค่ไม่สมบูรณ์ แต่กระบวนการยุติธรรมบกพร่องกลับถี่ ทำให้ความศรัทธาประชาชนก็แย่ไป ส่วนในต่างประเทศก็มีของกรณีอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก็มีคดีหลุดไปผ่านไป ลืมไป คล้ายๆ กันเยอะ ในกรณีของประเทศพัฒนาแล้วค่อนข้างจะหลุดคดีได้ยาก

รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้คำมั่นจะเร่งฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กลับมา ซึ่งมีสิทธิปฏิเสธไม่รับเงินทุนได้หรือไม่

รัฐบาล มีสิทธิไม่ต้องการรับได้ โดยการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบอกกันว่าเรายังเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เพราะการทำแบบนี้เราไม่ชอบมันเหมือนรู้สึกเสียหน้า ซึ่งทางยูเสดอาจจะฟังก็ได้ แต่ผมบอกว่าจำเป็นต้องมองอย่างนั้นด้วยเหรอ เราอยากได้เงินไหมเราก็อยากได้ เพราะการได้เงินมาก็เพื่อมาพัฒนาให้ประเทศดีขึ้นแล้วทำไมไม่เอา ผมว่าไม่เห็นแปลกตรงไหน แต่บางทีเรากลับไม่ใจกว้างมองผ่านพรหมแดนระหว่างชาติ

โดยส่วนตัวมองว่าแม้เพิ่งผ่าน 19 กันยายน 49 ไทยควรรับเงินบริจาค

ถ้า ยูเสดให้เงินแล้วบีบให้เราทำอะไรที่ไทยไม่ชอบ ผมว่าเอาเงินของยูเสดคืนดีกว่า แต่ถ้าเขาอยากจะให้ไทยด้วยใจจริงก่อให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นมา ผมว่ารัฐบาลควรเอามาใช้แล้วต้องบอกประชาชนว่าใช้อย่างไร ดังนั้น ถ้ายูเสดให้เงินแล้วไม่มีเงื่อนไขอะไรก็ควรน่าจะนำมาใช้

รัฐบาลอาจจะ น่ารักเป็นคนดีใช้เงินทางที่ดี แต่ท้ายที่สุดต้องหลีกเลี่ยงการใช้เงินดังกล่าวเอง และควรให้หน่วยงานต่างๆ เป็นผู้นำเงินดังกล่าวไปใช้แล้วให้องค์กรเหล่านั้นออกแบบ ว่าจะทำอะไร ตัวชี้วัดคืออะไร จะได้มีประโยชน์ ซึ่งจะลงทุ่มใส่กับการศึกษาอย่างเดียวไม่ได้

280 ล้านบาทที่ไทยได้รับใน 5 ปี นี้จะพอมีหวังว่าความสมานฉันท์ของไทยจะกลับคืนมา

เรา อย่าไปคิดว่า ความแตกแยกมันจะจบหรือไม่แต่ความแตกแยกมีเหตุผลเพื่อให้สังคมเกิดกระบวนการขัดเกลา เพราะจะทำให้เสื้อเหลืองและเสื้อแดงต้องทบทวนตัวเอง แต่เงินและทรัพยากรของยูเสดที่เข้ามาสามารถช่วยให้เราผลักดันได้มากกว่าเดิม ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และไม่จำเป็นต้องมารักกันกอดกัน แต่แค่เข้าไปเอื้ออำนวยก็สำเร็จแล้ว ซึ่งดีกว่าไม่ทำอะไร ดังนั้น อย่ามองความขัดแย้งเป็นแง่ร้ายไปหมด ซึ่งเงินจำเป็นต้องมีเพื่อให้เกิดการขัดเกลาให้ประเทศเราเดินไปข้างหน้าได้


หน้า 11

ศูนย์วิจัยฯ "ภูสิงห์" แหล่งวิจัย "เกษตรครบวงจร"

วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11528 มติชนรายวัน


ศูนย์วิจัยฯ "ภูสิงห์" แหล่งวิจัย "เกษตรครบวงจร"


คอลัมน์ "การศึกษาสู่เศรษฐกิจ"




เป็น ที่ทราบกันว่าเกษตรกรส่วนใหญ่จะยึดการทำเกษตรแบบดั้งเดิม คือปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียว เกษตรกรไทยจึงมีปัญหาเรื่องหนี้สินที่เกิดจากการลงทุนมาตลอด การทำเกษตรแบบครบวงจร หรือที่เรียกว่า ""เกษตรกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"" อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้

"ศูนย์วิจัยและฝึก อบรมภูสิงห์" ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นกองงานหนึ่งของ"มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์" ที่สนับสนุนการทำเกษตรแบบครบวงจร

"อาจารย์นุกู ล แก่นจันทร์" รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯภูสิงห์ เล่าว่า เดิมภูสิงห์เป็นพื้นที่ป่ารกร้าง ทางนิคมสร้างตนเองเขื่อนลำปาว กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรให้ มทร.อีสาน เมื่อปี 2511 จำนวน 3,000 ไร่ เพื่อใช้ปลูกหญ้า เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชสำหรับฝึกภาคปฏิบัติของนักเรียนเกษตรกรรม ต่อมาได้คืนที่ดินแก่กรมประชาสงเคราะห์ 1,800 ไร่ จึงเหลือพื้นที่ 1,200 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็น การผลิตงานฟาร์มพืช งานฟาร์มสัตว์ และงานฟาร์มประมง ทั้งนี้ ยังจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ พร้อมกับจัดอบรมด้านวิชาการแก่เกษตรกร



"เป้า หมายหลักคือการสร้างและสนับสนุนงานวิจัยทางเกษตร เพื่อบริการวิชาการอาชีพเกษตรกรรม และพัฒนางานฟาร์มเชิงธุรกิจตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เกษตรกรใน พื้นที่ เป็นแหล่งบ่มเพาะกล้างามสู่สังคม เพราะนักศึกษาของ มทร.อีสานทุกคนต้องฝึกปฏิบัติงานที่นี่"



"นายสมปอง มหาบัน" นักวิชาการของศูนย์วิจัยฯภูสิงห์ อีกหนึ่งคนที่ร่วมพลิกพื้นป่าให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และเป็นศิษย์เก่าของ มทร.อีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เล่าว่า การพลิกผืนป่าที่รกร้างมาทำการเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อทำสำเร็จก็คุ้มค่า 41 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับความรู้ด้านวิชาการ สังเกตได้จากจำนวนผู้ขอเข้ารับการอบรมจากศูนย์วิจัยฯ และการทำเกษตรที่ต่างไปจากเดิม มีการปลูกพืชหลากชนิด และเลี้ยงสัตว์หลายประเภทมากขึ้น พืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ ยางพารา อ้อย ไผ่ เป็นต้น นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังทำฟาร์มสัตว์ ขยายพันธุ์ เพาะเลี้ยงแพะเนื้อ นกกระจอกเทศ รวมถึง เลี้ยงกบ เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่ได้รับความสนใจ เพราะเลี้ยงง่าย และโตเร็ว

ศูนย์วิจัยฯภูสิงห์ ยังได้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม เพื่อพัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อน และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย

ผู้ ใดสนใจเยี่ยมชมแนวทางเกษตรกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรืออยากค้นหาแนวทางการสร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้แก่บ้านเกิดตนเอง โทร.0-4381-1128


หน้า 23

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

“เอสเอ็มอีแบงก์ ” สวดบิ๊ก ส.อ.ท.ป้ายสีธนาคารเป็นต้นเหตุภาคธุรกิจล้ม

"เอสเอ็มอีแบงก์ " สวดบิ๊ก ส.อ.ท.ป้ายสีธนาคารเป็นต้นเหตุภาคธุรกิจล้ม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 ตุลาคม 2552 16:18 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น


เอสเอ็มอีแบงก์ เดือดข่าว ส.อ.ท.ให้สัมภาษณ์ป้ายสีธนาคารจนเสียหาย กล่าวโทษแบงก์งดปล่อยกู้ 4 พันล้าน เป็นต้นเหตุสำคัญทำให้ธุรกิจต้องปิดกิจการไปหลายร้อยแห่ง พร้อมแจงบทบาท ส.อ.ท. แค่ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อมาให้เท่านั้น ส่วนที่มีการรับรองความน่าเชื่อถือมีแค่ 10 ราย คิดเป็นวงเงิน 429 ล้านบาท ซึ่งได้อนุมัติไปแล้ว 8 ราย วงเงิน 140 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 121 ราย วงเงิน 3,505 ล้านบาท ทำไมทาง ส.อ.ท.ไม่มีการออกหนังสือรับรอง และเมื่อมีการตรวจสอบก็พบว่า เป็นหนี้ NPL จากธนาคารพาณิชย์ที่ไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้เดิมได้
       
       นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนารัฐวิสาหกิจขนาดการและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมมาต ขุนเศษฐ รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า สมาชิกของ ส.อ.ท. ที่ยื่นขอกู้เงินจาก เอสเอ็มอีแบงก์ ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้เพียง 140 ล้านบาท จากที่ยื่นขอกู้มาสูงถึง 4,000 ล้านบาท และเป็นสาเหตุให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทยอยปิดกิจการลง เพราะไม่มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจนั้น
       
       "เรื่องดังกล่าว เป็นการกล่าวอ้างโดยปราศจากข้อเท็จจริง ทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย ซึ่งสาเหตุที่มีผู้ประกอบการบางส่วนจำต้องปิดกิจการไปนั้น เป็นเรื่องของสภาพธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ก่อนที่จะมาขอสินเชื่อจาก ธพว. ผู้กู้ส่วนใหญ่ที่ ส.อ.ท. ส่งมาให้ มีปัญหาหนี้กับธนาคารพาณิชย์ และต้องการรีไฟแนนซ์มาอยู่กับ ธพว. แต่โดยสภาพกิจการแบกรับภาระหนี้ไม่ไหว"
       
       นายสุรชัย ระบุว่า ส.อ.ท. แค่ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อมาให้ธนาคารเท่านั้น ส่วนที่มีการรับรองความน่าเชื่อถือจริงๆ มีแค่ 10 ราย เป็นวงเงิน 429 ล้านบาท ซึ่งธนาคารก็ได้อนุมัติไปแล้ว 8 ราย วงเงิน 140 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 121 ราย วงเงิน 3,505 ล้านบาท ทาง ส.อ.ท. ไม่มีการออกหนังสือรับรอง และเมื่อธนาคารตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าเป็นหนี้ NPL จากธนาคารพาณิชย์ที่ไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้เดิมได้ บางส่วนธุรกิจขาดความสามารถผ่อนชำระหนี้ หากรีไฟแนนซ์มาก็จะกลายเป็นหนี้ NPL กับ ธพว. ซึ่งธนาคารได้ชี้แจงให้ผู้ขอกู้ทราบโดยตรงทุกราย
       
       "ส.อ.ท.ไม่ได้กลั่นกรองคุณสมบัติและความสามารถชำระหนี้อย่างที่ให้ ข่าว เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบประวัติการเงินซึ่งถือเป็นความลับส่วนตัวของผู้ กู้ ส่วนประเด็นความสามารถชำระหนี้ก็ต้องมีการวิเคราะห์งบการเงินและประเมิน ธุรกิจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของธนาคารที่ต้องลงไปดูเป็นรายๆ ไป อยากแนะนำให้ ส.อ.ท. ถ้าอยากทราบข้อเท็จจริงควรจะพูดคุยรายละเอียดกับสมาชิกที่ขอกู้ให้ชัดเจน ก่อนว่าสาเหตุที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากธนาคารติดขัดปัญหาเรื่องใด ซึ่งผู้ประกอบการจะทราบสถานะของตัวเองดี ทั้งนี้ โดยจรรยาบรรณแล้วธนาคารไม่สามารถนำข้อมูลความลับลูกค้าไปแจ้งให้กับผู้อื่น ได้"
       
       นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ธพว. ผ่อนปรนให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการเต็มที่ ยกเว้นเรื่องคุณสมบัติผู้กู้ และความสามารถชำระหนี้จำเป็นต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ธนาคารทำงานเชิงรุกอย่างมาก โดยใน 8 เดือนแรกของปี 2552 ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วถึง 24,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 86.60% และในจำนวนนี้เป็นลูกค้าภาคอุตสาหกรรมการผลิตถึง 27% ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในสภาอุตสาหกรรมและอื่นๆ