ชมพุทธประวัติ ฉบับการ์ตูน

Art of Asia: Buddhism - The Art of Enlightenment

การแนะแนว"อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ"จัดโดยมูลนิธิไทยคม 10-11 ต.ค.52

Bookmark and Share

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

อะไรๆ ก็เป็นไปได้

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11512 มติชนรายวัน


อะไรๆ ก็เป็นไปได้


โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์




อนุสาวรีย์ของคนอังกฤษ(ซ้าย)และอนุสาวรีย์ของคนอเมริกัน(ขวา)ที่เสียชีวิตในการระเบิดเครื่องบินที่ล็อกเกอร์บี

ระหว่าง การสัมมนาในชั้นเรียนวิชารัฐศาสตร์เมื่อไม่กี่วันมานี้มีเรื่องปัญหาระหว่าง เสื้อเหลืองกับเสื้อแดงที่ดูทีท่าว่าจะลากยาวไปอีกนาน ซึ่งก็น่าจะฉุดเอาเศรษฐกิจของประเทศไทยตกเหวไปด้วย

สำหรับบรรยากาศใน ชั้นเรียนดูเหมือนจะเป็นลักษณะกังวลเป็นทุกข์ถึงสถานการณ์ของประเทศไทยว่า น่าเป็นห่วงเสียเหลือเกิน และมีหลายคนที่วิตกจริตถึงขนาดว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองไปเลยทีเดียว จนผู้เขียนต้องเตือนสติด้วยประโยคทองในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสที่สามารถระงับ สงครามระหว่างพวกคาทอลิกกับพวกโปรเตสแตนต์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ.1593 (พ.ศ.2136 ราวสมัยพระนเรศวรมหาราช) ที่ว่า "Paris is worth a mass"

เรื่อง เป็นอย่างนี้ พวกคาทอลิกกับพวกโปรเตสแตนต์ของฝรั่งเศสเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้วนั้นมีความ เห็นอันแรงกล้าเหมือนกันคือ ต้องการให้ประเทศฝรั่งเศสมี roi, foi และ loi (กษัตริย์, ศาสนา, และกฎหมาย) เป็นแบบเดี่ยวๆ คือ มีกษัตริย์องค์เดียว ศาสนาเพียงศาสนาเดียว และระบบกฎหมายอย่างเดียวกัน

ซึ่งเรื่องกษัตริย์และระบบกฎหมายนั้นไม่มีปัญหานัก แต่เรื่องศาสนากลับเป็นปัญหาคอขาดบาดตายแบบยอมกันไม่ได้เด็ดขาด

โดย เรื่องของเรื่องก็คือฝ่ายคาทอลิกต้องการจะบังคับให้ฝ่ายโปรเตสแตนต์ยอมรับ พระสันตะปาปาที่กรุงโรมเป็นประมุขของศาสนจักร ส่วนฝ่ายโปรเตสแตนต์ก็ไม่ยอมรับพระสันตะปาปาแบบหัวเด็ดตีนขาดเหมือนกัน จึงต้องรบราฆ่าฟันกันเป็นสงครามใหญ่โต



ซึ่งคนไทยเราคงเห็นว่าเป็นเรื่องบ้าๆ แท้ๆ เหมือนกับฝรั่งสมัยนี้ก็เห็นเรื่องเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงเป็นเรื่องตลกเหมือนกัน

อี ทีนี้เรื่องรบกันระหว่างชาวฝรั่งเศสนี่ก็มีแบบออกกลลวงที่สกปรก โดยฝ่ายคาทอลิกเสนอยกลูกสาวให้กับหัวหน้าฝ่ายโปรเตสแตนต์เป็นการสมานไมตรี

ครั้นพวก โปรเตสแตนต์พากันมางานแต่งงานของหัวหน้าในกรุงปารีสก็ถูกฝ่ายคาทอลิกจับฆ่า เกือบหมดแล้วยังบังคับให้หัวหน้าฝ่ายโปรเตสแตนต์ให้ยอมเข้ารีตเปลี่ยนจาก โปรเตสแตนต์เป็นคาทอลิก

ซึ่งหัวหน้าฝ่ายโปรเตสแตนต์ก็ทำทีเป็นยอมแต่ โดยดี พร้อมกับพาเจ้าสาวคาทอลิกกลับถิ่นเดิมทางตอนใต้ของฝรั่งเศสแล้วจึงยกทัพกลับ มารบกับพวกคาทอลิกอีก จนสามารถล้อมกรุงปารีสได้แต่ไม่สามารถตีกรุงปารีสได้สำเร็จ

จน กระทั่งพวกคาทอลิกยื่นข้อเสนอให้หัวหน้าฝ่ายโปรเตสแตนต์ขึ้นเป็นกษัตริย์ของ ฝรั่งเศสแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เลยทีเดียว แต่มีข้อแม้ว่าต้องเข้ารีตเป็นคาทอลิกจริงๆ เสียก่อนจึงจะยอมยกกรุงปารีสให้ ซึ่งหัวหน้าของฝ่ายโปรเตสแตนด์ก็ตัดสินใจบอกว่า "คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนศาสนาเพื่อแลกกับกรุงปารีส"

หัวหน้าฝ่าย โปรเตสแตนต์นี้ก็เลยได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเฮนรี่ ที่ 4 เป็นการเริ่มต้นราชวงศ์บูร์บงอันเลื่องชื่อและยาวนานของฝรั่งเศส ปัจจุบันนี้ราชวงศ์บูร์บงยังครองประเทศสเปนและประเทศลักเซมเบิร์กอยู่เลย เรื่องการเมืองนี่ อะไรๆ ก็เป็นไปได้

คราวนี้มาดูเรื่องอะไรๆ ก็เป็นไปได้แบบนี้ในปัจจุบันดูบ้างคือ กรณีที่รัฐบาลของประเทศลิเบียได้ส่งคนไปวางระเบิดเครื่องบินโดยสารของสายการ บินแพนแอมที่บินจากลอนดอนไปนิวยอร์กเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2531 เมื่อเครื่องบินระเบิดกลางอากาศทำให้ผู้โดยสารและพนักงานบนเครื่องบินจำนวน 259 คนเสียชีวิตและชิ้นส่วนของเครื่องบินตกลงมาที่เมืองล็อกเกอบี สกอตแลนด์ ทำเอาชาวบ้านตายอีก 11 คน

ซึ่งการสืบสวนและสอบสวนร่วม ระหว่างทางการอังกฤษและอเมริกา (คนอเมริกันตายไป 180 คนในเหตุการณ์นี้) ก็สามารถจับชาวลิเบีย 2 คนได้และนำไปพิจารณาคดีที่สกอตแลนด์ซึ่งศาลสูงของสกอตแลนด์ได้ตัดสินให้ชาว ลิเบียคนหนึ่งชื่อ Abdelbaset Ali Mohmed Al Megrahi มีความผิดลงโทษจำคุกตลอดชีวิตใน พ.ศ.2544 ส่วนชาวลิเบียอีกคนหนึ่งต้องปล่อยไปเนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ใน พ.ศ.2546 รัฐบาลลิเบียได้ยอมรับว่าเป็นผู้สนับสนุนการวางระเบิดเครื่องบินครั้งนี้และ เสนอเงินจำนวนสองพันเจ็ดร้อยล้านเหรียญอเมริกันเป็นค่าชดเชยความเสียหายให้ แก่ครอบครัวของผู้ตายในการระเบิดเครื่องบินเมื่อ 15 ปีมาแล้ว อันเป็นการยอมรับอย่างเปิดเผยว่ารัฐบาลลิเบียสนับสนุนการก่อการร้ายสากล

ใน วันที่ 20 สิงหาคมปีนี้เอง นาย Abdelbaset Ali Mohmed Al Megrahi ก็ได้รับการปล่อยตัวกลับไปลิเบียและได้รับการต้อนรับอย่างวีรบุรุษจาก ประชาชนนำโดยบุตรชายของประธานาธิบดีกาดาฟีที่สนามบินและเข้าพบประธานาธิบดี กาดาฟีอย่างเป็นพิธีการอีกด้วย

นอกจากนี้ บุตรชายของประธานาธิบดีกาดาฟี ชื่อนาย Seif al-Islam Gadhafi แจ้งว่า เขาให้ความสำคัญต่ออิสรภาพของนาย Abdelbaset Ali Mohmed Al Megrahi ถึงขนาดแลกกับสัมปทานการขุดเจาะน้ำมันในประเทศลิเบียของบริษัท บี.พี.ของอังกฤษที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งทางการอังกฤษก็คงเห็นว่าคุ้มค่าเช่นกัน ชาวโลกจะเห็นเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ

หากผลประโยชน์ของคู่กรณีลงตัวแล้วละก็... อะไรๆ ก็เป็นไปได้!

หน้า 6
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act03160952&sectionid=0130&day=2009-09-16

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
kb
http://camp02.blogspot.com/ camp02
http://kb1951.blogspot.com/ park
http://kbparks.blogspot.com/ kbpark
http://word1951.blogspot.com/ wordpress
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.educationatclick.com
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น